วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก คืออะไร 
มะเร็ง คือ เนื้อร้ายที่เจริญเติบโตขึ้นโดยปราศจากการควบคุม
ปากมดลูก คือ อวัยวะในร่างกายของสตรี เป็นส่วนหนึ่งของมดลูก อยู่ภายในช่องคลอด มีหน้าที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอมภายนอกร่างกาย มะเร็งปากมดลูก เป็นเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นบริเวณปากมดลูก สามารถแพร่ขยายลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงมดลูกภายในอุ้งเชิงกราน และสามารถกระจายไปยัง ปอด ตับ ลำไส้ หรือสมองได้
มะเร็งปากมดลูก เกิดจากอะไร
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งแห่งความรัก หากปราศจากการมีเพศสัมพันธ์ มะเร็งก็ไม่เกิด พบว่าเชื้อไวรัส HPV เป็นสาเหตุที่ชักนำให้ปากมดลูกเกิดความผิดปกติกลายเป็นมะเร็ง โดยเชื้อไวรัส HPV เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดหูดหงอนไก่ และเมื่อสตรีได้รับเชื้อไวรัส HPV มาจากการมีเพศสัมพันธ์ เชื้อชนิดนี้จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมภายในเซลล์ปากมดลูก จนกลไกการควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ถูกกระตุ้นขึ้น ตามมาด้วยการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ซึ่งไม่อาจหยุดยั้งได้ของเซลล์เนื้องอก

อาการที่พบของมะเร็งปากมดลูก
คือ มีตกขาวจำนวนมากผิดปกติ ลักษณะเป็นหนอง กลิ่นเหม็นหรือมีลักษณะคล้ายน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด เลือดออกกระปริบกระปรอย หรือเลือดออกในขณะที่ไม่ใช่รอบเดือน แต่อาการเหล่านี้ไม่ใช่จะเป็นอาการของมะเร็งปากมดลูกเสมอไป เพราะอาจจะเป็นอาการของโรคทางระบบอวัยวะสืบพันธุ์อื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งอย่างไรก็ตามควรไปตรวจวินิจฉัยกับแพทย์
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก
- การมีคู่นอนหลายคน ทำให้เสี่ยงต่อการรับเชื้อไวรัส HPV มากขึ้น 
- การมีเพศสัมพันธ์กับชายสำส่อน ซึ่งอาจรับเชื้อไวรัส HPV เข้าสู่ร่างกายจากสตรีอื่นมาแล้ว 
- การสูบบุหรี่หรือขาดสารอาหารบางชนิด ทำให้ร่างกายมีความบกพร่องของกลไกป้องกันไวรัส HPV
- การมีเพศสัมพันธ์ขณะอยู่ในวัยเด็กหรือวัยรุ่น เนื่องจากปากมดลูกในระยะนี้ไวต่อการติดเชื้อ HPV 
สตรีที่มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกได้มาก คือ
- มีเพศสัมพันธ์ขณะอายุยังน้อย และไม่ป้องกัน
- มีคู่นอนหลายคนไม่เลือกหน้า
- สามีเที่ยวโสเภณี เที่ยวผู้หญิง
- ติดโรคทางเพศสัมพันธ์บ่อยๆ เช่น หูดหงอนไก่ เริม
- ไม่เคยตรวจภายในเลย

- อายุอยู่ในช่วง 30 – 50 ปี 
- สูบบุหรี่ 

วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

วิธีลดความเสี่ยงจากมะเร็ง

          หลายๆ คน คงจะรู้จักโรคมะเร็งกันเป็นอย่างดีนะครับ เพราะถือว่าเป็นโรคร้ายที่ไม่มีใครจะพูดถึงหรืออยากเป็นกันเลยก็ว่าได้ "มะเร็งร้ายพรากชีวิตคนที่คุณรักไปมากแล้ว" วันนี้ผมก็มีวิธีลดความเสียงจากการเป็นมะเร็งมาฝากกันนะครับ

เริ่มด้วยข้อแรกกันเลยนะครับ

1. ทานอาหารทีมีประโยชน์
         ตอนเด็กๆ ทุกคนคงเคยถูกพ่อแม่บังคับให้กินผัก เพราะเจ้าผักสีเขียวจำพวก บร็อคโคลี่  กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี และกะหล่ำดาว ที่น้อยคนจะโปรดปรานนั้น กลับอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นในการต่อสู้กับมะเร็ง เป็นส่วนประกอบสำคัญในตำราอาหารต้านมะเร็งด้วย 

2. ออกกำลังกายให้มากขึ้น
         การออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ การออกกำลังกายในที่นี้ไม่จำเป็น ต้องเป็นการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงแบบนักกีฬา การเล่นโยคะ เดินหรือเต้นแอโรบิก ก็ถือเป็นการ ออกกำลังกายที่ช่วยต่อสู้กับมะเร็งได้ดีที่สุดเช่นกันครับ

3. เลิกบุหรี่
          ในแต่ละปี มะเร็งปอดคร่าชีวิตผู้คนไปมากที่สุดในบรรดามะเร็งชนิดต่างๆ ดังนั้นหากคุณติดบุหรี่ การเลิกสูบเสียแต่วันนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมครั้งสำคัญ ที่สุดที่จะลดความเสี่ยงจากมะเร็งปอดและโรคอื่นๆ ที่มีสาเหตุมาจากบุหรี่ 

4. มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
          การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยไม่เพียงช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยและผู้หญิงทั่วโลก เชื่อกันว่าประมาณร้อยละ 70 ของมะเร็งปากมดลูกมีสาเหตุมาจาก HPV และเชื้อ HPV ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งที่ทวารหนักและอวัยวะเพศอีกด้วยนะครับ หนุ่มๆ สาวๆ ทั้งหลายฟังแล้วก็ควรจะรู้จักป้องกันหรือมีเพศสัมพันธ์อย่างถูกต้องนะครับ

5. ดื่มแอลกอฮอล์ให้พอประมาณ
          การดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปจะเป็นผลร้ายต่อตับมากเป็นพิเศษ ซึ่งทุกคนทีดื่มน่าจะรู้อยู่แล้วนะครับ แต่ก็ยังดื่มกัน การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหลักในการเกิดมะเร็งช่องปากและลำคอโดยตรงนะครับ และยังมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วย

6. หลับให้สนิท
          ผลการวิจัยพบว่าสารเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สมองผลิตในระหว่างที่คนเรานอนหลับมีคุณสมบัติในการต่อสู้กับมะเร็งนะครับ และถ้าหากอยากให้ช่วยป้องกันมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น เราก็ต้องนอนหลับแบบสนิทต่อเนื่องในห้องที่มืดเท่านั้นครับ

7. มาจากพันธุกรรม 
          มะเร็งหลายชนิดมักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ถ้าเราทราบว่าคนในครอบครัวมีประวัติเจ็บป่วยด้วยมะเร็งชนิดใดถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันมะเร็ง โดยการพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และควรแจ้งประวัติการเจ็บป่วยของคนในครอบครัวให้แพทย์ทราบ เพื่อที่แพทย์จะได้ให้คำแนะนำและดูแลเราได้อย่างเหมาะสม