เริ่มด้วยข้อแรกกันเลยนะครับ
1. ทานอาหารทีมีประโยชน์
ตอนเด็กๆ ทุกคนคงเคยถูกพ่อแม่บังคับให้กินผัก เพราะเจ้าผักสีเขียวจำพวก บร็อคโคลี่ กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี และกะหล่ำดาว ที่น้อยคนจะโปรดปรานนั้น กลับอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นในการต่อสู้กับมะเร็ง เป็นส่วนประกอบสำคัญในตำราอาหารต้านมะเร็งด้วย
2. ออกกำลังกายให้มากขึ้น
การออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ การออกกำลังกายในที่นี้ไม่จำเป็น ต้องเป็นการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงแบบนักกีฬา การเล่นโยคะ เดินหรือเต้นแอโรบิก ก็ถือเป็นการ ออกกำลังกายที่ช่วยต่อสู้กับมะเร็งได้ดีที่สุดเช่นกันครับ
3. เลิกบุหรี่
ในแต่ละปี มะเร็งปอดคร่าชีวิตผู้คนไปมากที่สุดในบรรดามะเร็งชนิดต่างๆ ดังนั้นหากคุณติดบุหรี่ การเลิกสูบเสียแต่วันนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมครั้งสำคัญ ที่สุดที่จะลดความเสี่ยงจากมะเร็งปอดและโรคอื่นๆ ที่มีสาเหตุมาจากบุหรี่
4. มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยไม่เพียงช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยและผู้หญิงทั่วโลก เชื่อกันว่าประมาณร้อยละ 70 ของมะเร็งปากมดลูกมีสาเหตุมาจาก HPV และเชื้อ HPV ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งที่ทวารหนักและอวัยวะเพศอีกด้วยนะครับ หนุ่มๆ สาวๆ ทั้งหลายฟังแล้วก็ควรจะรู้จักป้องกันหรือมีเพศสัมพันธ์อย่างถูกต้องนะครับ
5. ดื่มแอลกอฮอล์ให้พอประมาณ
การดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปจะเป็นผลร้ายต่อตับมากเป็นพิเศษ ซึ่งทุกคนทีดื่มน่าจะรู้อยู่แล้วนะครับ แต่ก็ยังดื่มกัน การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหลักในการเกิดมะเร็งช่องปากและลำคอโดยตรงนะครับ และยังมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วย
6. หลับให้สนิท
ผลการวิจัยพบว่าสารเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สมองผลิตในระหว่างที่คนเรานอนหลับมีคุณสมบัติในการต่อสู้กับมะเร็งนะครับ และถ้าหากอยากให้ช่วยป้องกันมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น เราก็ต้องนอนหลับแบบสนิทต่อเนื่องในห้องที่มืดเท่านั้นครับ
7. มาจากพันธุกรรม
มะเร็งหลายชนิดมักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ถ้าเราทราบว่าคนในครอบครัวมีประวัติเจ็บป่วยด้วยมะเร็งชนิดใดถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันมะเร็ง โดยการพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และควรแจ้งประวัติการเจ็บป่วยของคนในครอบครัวให้แพทย์ทราบ เพื่อที่แพทย์จะได้ให้คำแนะนำและดูแลเราได้อย่างเหมาะสม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น